การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning) คืออะไร
การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning) คืออะไร

การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน คือ วิธีการสอนที่ใช้เกมเพื่อมีส่วนร่วม และกระตุ้นผู้เรียนในกระบวนการเรียนรู้ วิธีการนี้มีพื้นฐานมาจากแนวคิดที่ว่าเกมมีความสนุก และมีส่วนร่วมโดยเนื้อแท้ และสามารถใช้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และการพัฒนาทักษะในหลากหลายวิชา ในแนวทางการสอนแบบเกมนักการศึกษาจะออกแบบ และใช้เกมที่ปรับให้เหมาะกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ และความต้องการของผู้เรียนโดยเฉพาะ

ซึ่งเกมเหล่านี้มีหลายรูปแบบตั้งแต่เกมกระดานธรรมดา ไปจนถึงเกมดิจิทัล ที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งรวมองค์ประกอบของการจําลอง และการเล่นตามบทบาทต่าง ๆ ประโยชน์ของการสอนแบบเกมมีมากมาย สําหรับเกมหนึ่งเกมจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะต่าง ๆ เช่น การแก้ปัญหาการคิดเชิงวิพากษ์การทํางานร่วมกัน และการสื่อสาร นอกจากนี้ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเพื่อกระตุ้นผู้เรียน และเพิ่มการมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ ซึ่งจะนําไปสู่การพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ ตามที่ผู้สอนต้องการให้เพิ่มมากขึ้น และส่งผลให้ผลการเรียนของผู้เรียนดีขึ้น

การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning) คืออะไร
การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning) คืออะไร 2

เปรียบเทียบรูแปบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning)

การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning)
เป็นวิธีการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีการเข้าไปในกระบวนการเรียนรู้และมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่เป็นวิธีการสอนที่ใช้เกมเป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสนใจและกระตุ้นแรงจูงใจให้กับผู้เรียนในการเรียนรู้
ผู้เรียนต้องมีบทบาทในกระบวนการเรียนรู้ เช่น การเรียนรู้เป็นกลุ่ม การสนทนา การสร้างสรรค์ผลงานเกมที่ถูกออกแบบมาใช้ในการสอนนั้นจะต้องเหมาะสมกับวัตถุประสงค์และความต้องการในการเรียนรู้ของนักเรียน
เน้นการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานเป็นกลุ่ม และการสื่อสารเกมช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา คิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล การทำงานเป็นกลุ่ม และการสื่อสาร
ผู้สอนเป็นผู้ให้แนวทางและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน แต่ไม่ได้เป็นผู้สอนที่ให้ข้อมูลทั้งหมดเกมยังสามารถกระตุ้นแรงจูงใจและเพิ่มความสนใจในการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ ทำให้มีการจดจำข้อมูลได้ดีขึ้นและมีผลการเรียนรู้ที่ดีข

ขั้นตอนในการออกแบบกิจกรรมสําหรับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning)

ขั้นตอนที่ 1: กําหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ (Identify learning objectives)

ขั้นตอนแรก คือ การกําหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่ผู้สอนต้องการให้ผู้เรียนบรรลุผ่านกิจกรรมตามเกม ระบุความรู้และทักษะที่คุณต้องการให้ผู้เรียนได้รับและให้แน่ใจว่าพวกเขาสอดคล้องกับเป้าหมายการเรียนรู้โดยรวมของหลักสูตรหรือหลักสูตร

ขั้นตอนที่ 2: เลือกเกมที่เหมาะสม (Select appropriate games)

เลือกเกมที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ ตอบสนองความต้องการ และความชอบของผู้เรียน มีความเหมาะสมที่จะสามารถส่งเสริมสนับสนุนให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่ผู้สอนกําหนดไว้ พิจารณาเกมที่ตรงกับความต้องการ และความสนใจของผู้เรียน และมอบประสบการณ์การเรียนรู้ที่น่าสนใจ และท้าทาย ผู้สอนสามารถค้นหาเกมออนไลน์ หรือปรึกษากับนักการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ หรือนักออกแบบเกมคนอื่น ๆ เพื่อค้นหาตัวเลือกที่ดี และเหมาะสมที่สุด

ขั้นตอนที่ 3: ออกแบบกิจกรรมตามเกม (Design game-based activities) 

พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ในเกมที่เลือกให้เข้ากับประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ควรวางแผนว่าผู้สอนจะแนะนําเกมอย่างไรจะเล่นอย่างไร และจะสอดคล้องเข้ากับหลักสูตรโดยรวมอย่างไร ซึ่งอาจรวมถึงการแสดงบทบาทสมมติ การจําลองสถานการณ์ และงานแก้ปัญหา เพื่อพัฒนาประสบการณ์ในการเรียนรู้ หรือพัฒนาทักศะต่าง ๆ  ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เพิ่มคําแนะนํา ความคาดหวัง และขั้นตอน วิธีการประเมินของผู้เรียนที่ชัดเจนเพื่อให้แน่ใจว่าผู้เรียนเข้าใจเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ของกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 4: ให้คําแนะนําและการสนับสนุน (Provide guidance and support) 

วางแผนการให้คําแนะนํา และการสนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนตลอดกิจกรรมตามเกม ควรมีการวางแผนในการอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ส่งเสริมการทํางานร่วมกัน และการทํางานเป็นทีม รวมถึงการให้ข้อเสนอแนะในเวลาที่เหมาะสม โดยอาจมีการเตรียมคําแนะนํา แหล่งข้อมูล และสื่ออื่น ๆ ผู้สอนควรรวบรวมวัสดุที่จําเป็น เช่น กระดานเกมการ์ด และชิ้นส่วนต่าง ๆ รวมถึงสื่อการสอนเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนกิจกรรม ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกอย่างได้รับการจัดระเบียบ และผู้เรียนสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้ผู้เรียนใช้ในระหว่างกิจกรรม เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเริ่มต้นใช้งานตามภาระกิจในเกม และให้การสนับสนุนตลอดกระบวนการทั้งหมด

ขั้นตอนที่ 5: ทบทวน และประเมินผล (Review and Refine) 

กระตุ้นให้ผู้เรียนได้ไตร่ตรองประสบการณ์จากการเรียนรู้ และประเมินความก้าวหน้าด้วยตัวของผู้เรียนเองจากวัตถุประสงค์การเรียนรู้ ผู้สอนอาจใช้ข้อเสนอแนะจากผูเรียน เพื่อทบทวนกิจกรรม และทําการปรับเปลี่ยน แนวทางการสอนตามเกมในอนาคต

อย่าลืมสอดแทรกการพัมนาความคิดสร้างสรรค์ที่สนุกสนาน และเปิดรับการทดลองเมื่อออกแบบกิจกรรมตามเกม ด้วยการผสมผสานเกมเข้ากับแนวทางการสอนของผู้สอน โดยอาจเพิ่มการมีส่วนร่วม และสร้างแรงจูงใจให้กับผู้เรียน ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณในการแก้ปัญหา และการทํางานร่วมกัน

โดยรวมแล้ววิธีการสอนตามเกมนี้ออกแบบมาเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สนุกสนาน และมีส่วนร่วมซึ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันช่วยเพิ่มทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ การแก้ปัญหา และการอํานวยความสะดวกในการเรียนรู้ที่มีความหมายกับผู้เรียน

ตัวอย่างของ  Game การจัดการเรียนการสอนโดยการใช้ Game based learning  เช่น Game Battleship มีลักษณะของเกมคือการนำไปใช้ในการเข้าสู่บทเรียน 

โดยให้เด็กทั้งห้องได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ทุกคนมีหน้าที่ และทำหน้าที่ของตนเองมีการแข่งขัน มีแพ้มีชนะ ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจในการเล่นจึงจะสามารถเอาชนะได้ 

ดังนั้นการเลือกใช้เกมควรเลือกเกมที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ อาจจะมีการย่อยเรื่องที่จะเรียน จะมีส่วนช่วยในการสร้างเกมให้ตอบตัวชี้วัดและจุดประสงคการเรียนรู้ได้ดี  ให้เลือกใช้เกมที่สนุก เด็กได้เรียนรู้ และมีสถานการณ์ต่างๆให้เด็กได้เรียนรู้อย่างมีความสุข

เกม How does it taste? เป็นเกมที่นักเรียนสามารถสนทนาถามตอบได้ โดยการใช้ประโยคต่างๆในสถานการณ์ต่างๆตามที่โจทย์กำหนด ต้องกระตุ้นและสร้างบรรยากาศในเกมให้เด็กได้เรียนรู้ได้มากที่สุด

เกม Direction –Listening  เป็นเกมที่ให้ความสำคัญในเรื่องของทักษะการฟัง นับว่าเป็นทักษะรับสารที่สำคัญทักษะหนึ่ง เป็นทักษะที่ใช้กันมาก และเป็นทักษะแรกที่ต้องทำการสอนเพราะทักษะการฟังเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญในการเรียนรู้ทักษะอื่นๆ ลักษณะของเกมนี้คือการสื่อสารโดยการบอกทิศทางต่างๆในชีวิตประจำวันที่เด็กต้องสามารถฟังและพูดในประโยคต่างๆได้อย่างถูกต้อง

และมีเกมอีกหลายเกมที่ ส่งผลการรู้ที่ดีขึ้น เจตคติ และ พฤติกรรม ด้านบวกที่เกี่ยวข้องกับการเรียนของผู้เรียน นอกจากนี้การวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้เรียนแสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนไม่ได้สนใจเพียงแค่การเล่นเกม แต่ยังมีความสนใจในการเรียนผ่านการทำแบบทดสอบภาษาอังกฤษภายในเกมด้วย เช่น เกม As Fast As You can หรือเกม SURVIVAL GAME หรือ The Point Board เป็นบอร์ดสะสมคะแนน  ช่วยแสดงความก้าวหน้าของกลุ่ม จนเกิดความต้องการในการพัฒนาตนเอง ส่งผลต่อการพัฒนาแก้ไขความผิดพลาดของกลุ่ม และเกม  Funny Jeopardy เป็นเกมการถามตอบในขั้นสรุปในการแบ่งหมวดคำถามระดับคะแนนของแต่ละกลุ่มของนักเรียน เป็นต้น

ขั้นตอนสำคัญของ Game-based Learning  คือการอภิปรายผล 

  1. เพื่อให้ทราบว่าผลที่เกิดจากการเรียนรู้ที่เกิดจากการเล่นเกม
  2. ใช้คำถามเพิ่มทักษะการคิดคำถามปลายเปิดเช่น นักเรียนรู้สึกอย่างไรกับเกมนี้บ้าง?

สิ่งที่ควรระวังในการเล่น  Game-based Learning  คือ ไม่สามารถควบคุมทิศทางการเรียนรู้ได้ ตั้งคำถามเพื่อถอดบทเรียนไม่ได้ และที่สำคัญเล่นแล้วเด็กไม่เกิดความรู้ใหม่ เด็กเล่นแล้วได้แค่ความสนุกสนานจนไม่สามารถเกิดการเรียนรู้ได้

หากผู้สอนจัดรูปแบบการเรียนการสอน Game based learning ให้เป็นไปตามหลักการข้างต้น จะส่งผลให้การสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ สามารถรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ www.StarfishLabz.com

คุณครูชุติมา สินธุวานิช โรงเรียนบ้านสองสลึง

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2

ที่มา : บทความ – Game-based Learning เรียนกี่ทีก็มีเฮ (starfishlabz.com)

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่