หน้าแรก เรื่องราวน่าสนใจ หมอเตือน ยกเลิก “ห้องคิง” ยิ่งแข่งขัน-ยิ่งกดดัน-เด็กยิ่งเสี่ยงฆ่าตัวตาย!!

หมอเตือน ยกเลิก “ห้องคิง” ยิ่งแข่งขัน-ยิ่งกดดัน-เด็กยิ่งเสี่ยงฆ่าตัวตาย!!

หมอเตือน ยกเลิก "ห้องคิง" ยิ่งแข่งขัน-ยิ่งกดดัน-เด็กยิ่งเสี่ยงฆ่าตัวตาย!!

111
0
หมอเตือน ยกเลิก
หมอเตือน ยกเลิก "ห้องคิง" ยิ่งแข่งขัน-ยิ่งกดดัน-เด็กยิ่งเสี่ยงฆ่าตัวตาย!!

หมอเตือน ยกเลิก “ห้องคิง” ยิ่งแข่งขัน-ยิ่งกดดัน-เด็กยิ่งเสี่ยงฆ่าตัวตาย!! ยกเลิกห้องคิง-ควีน จะดีต่อเด็ก!!? เปิดใจ “หมอเดว” เด็กเครียด-ฆ่าตัวตาย เป็นการส่งสัญญาณเตือนสังคม นี่คือปัญหาความกดดันจากเรื่องการเรียน พร้อมสับเละระบบการศึกษาไทย เด็กเรียนเพื่อมุ่งหวังเอาชนะ!!?

“ทัศนคติของหมอ หมออยากจะให้ยกเลิกห้องคิง-ควีนให้หมดเลย”หมอเดว-รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กและวัยรุ่น กล่าว หลังพบนักเรียนชั้น ม.5 คว้าปืนยาวพ่อ ลั่นไกคิดสั้นกรอกปากตัวเอง

โดยตำรวจคาดคิดมากเรื่องการเรียน กลัวเรียนไม่ทันเพื่อน จนเป็นสาเหตุปลิดชีพลาโลกใบนี้ ล่าสุด พบว่า กระสุนฝังคอ บาดเจ็บสาหัส อาการโคม่า

เพื่อความชัดเจนถึงประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ เขาช่วยสะท้อนปัญหาการศึกษา จนเด็กมีภาวะความกดดันเรื่องการเรียน เพราะระบบที่มีการแข่งขัน ให้ความสำคัญกับการเป็นคนเก่ง ส่งให้เด็กเกิดภาวะซึมเศร้า

“ณ ขณะนี้ ในระบบการศึกษาที่เป็นระบบแพ้คัดออก ของระบบปัจจุบัน มันเป็นระบบทารุณกรรมเด็กอยู่แล้ว ตอนนี้คนที่อยู่ในแวดวงการศึกษา ไปเปิดใจตัวเองหน่อยเถอะ ข้อสอบของท่านออกข้ามชั้นปีทั้งนั้น หรือไม่อย่างนั้น คือ ไปออกให้มันยากๆ เพื่อให้เกิดผู้แพ้ เพื่อให้เกิดการตัดข้อสอบกันได้ หมายถึงว่าจะได้ตัดเกรดอะไรต่างๆ เหล่านี้ได้ มันก็ต้องออกให้ยาก เด็กก็พยายามปีนป่าย เพื่อที่จะไปสู่

มันกลายเป็นระบบอุตสาหกรรมการศึกษา ที่หมอใช้คำว่ามันเข้าวนลูบแบบเดิมๆ ทั้งๆ ที่เกิดน้อยลง ความจริงเด็กเกิดน้อยลง ถ้าบริหารจัดการกันดีๆ และเข้าสู่ New normal ให้เกิดการเรียนรู้ว่า วิชาชีพทุกวิชาชีพมันมีทักษะอาชีพ คือ ถ้าระบบมันยังเป็นอยู่แบบนี้ หมอใช้คำว่าระบบนี้มันกำลังทารุณกรรมเด็กและมันก็จะเห็นวิถีชีวิตอยู่อย่างหนึ่ง ตัวอย่าง หมอมีเคสเยอะครับ ตื่นตี 5 ล้อหมุน 6 โมง กินข้าวเช้าบนรถ แล้วก็มาหลับนอน ก่อนที่จะเข้าโรงเรียนเช้า

มีการบ้านเช้า พอเริ่มต้นเรียน ก็เรียนหนักต่อเนื่อง บางโรงเรียนถ้าห้องคิง ห้องควีนแบบนี้ สอนข้ามชั้น การบ้านเป็นของข้ามชั้น เสร็จแล้วเด็กตอนเย็นก็ต้องลงไปกรวดวิชากันต่อ แล้วก็ไปทำการบ้าน เสร็จเกือบเที่ยงคืน การบ้านครูที่ให้ก็ให้นึกว่าเรียนวิชาแกวิชาเดียว คือ แต่ละคนเทกระจาดการบ้าน แล้วไปทบกันวันศุกร์ หนักเข้าไปอีก”

เมื่อถามผู้เชี่ยวชาญถึงการเรียนออนไลน์ และความไม่พร้อมของการศึกษาไทยช่วงโควิด-19 เป็นหนึ่งปัญหาทำให้เด็กเครียด และกดดันเรื่องกาเรียนมากขึ้นหรือไม่ เขาให้คำตอบไว้ว่า ระบบการเรียนออนไลน์ในไทยมีส่วนทำให้เด็กตึงเครียด

โดยสิ่งที่จะทำได้ คือ 1.ระบบต้องกลับไปทบทวนระบบแพ้คัดออกของระบบของตนเอง 2.เรื่องของห้องคิง ควีน ต้องกลับไปทบทวนใหม่ 3.การเชิดชู ควรเชิดชูคนดี มีพฤติกรรมที่ดีกลับ 4.แม้แต่เรื่องเกรดนิยมอันดับ 1 ในระดับมหาวิทยาลัย ไม่ให้ดูกันเฉพาะที่เกรด ที่ต้องเป็นคนที่มีกิจกรรมสู่ส่วนรวม

5.ในระดับของครู เลิกประกาศเกรดกันหน้าชั้น ให้กลายเป็นความลับส่วนตัว 6.ไปเคลียร์พฤติกรรมของเพื่อนกันเองว่าคนที่รู้จัก ในการแบ่งปัน คือ คนดี 7.ปรับสมาคมผู้ปกครองและครู ให้รู้จักในการแบ่งปัน ซึ่งกันและกัน และให้เวลาแก่ลูกๆ สำหรับวิชาชีวิต

“จะเห็นเลยว่าระบบจะต้องไม่ทำให้กลายเป็นห้องคิง ควีน ที่มาแบ่ง แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ครูต้องส่งสัญญาณให้ชัดเลยว่า ทุกคนต้องรู้จักในการเอื้ออาทร แล้วเราจะไม่มาพูดถึงเรื่องเกรดกัน

ขอบคุณที่มาและอ่านต่อที่ : เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 15 ต.ค. 2563 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here