หน้าแรก ข่าวการศึกษา 92 องค์กรเด็กและสตรี ยื่นข้อเสนอ รมว.ศธ.เรียกร้องให้ ออกมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ

92 องค์กรเด็กและสตรี ยื่นข้อเสนอ รมว.ศธ.เรียกร้องให้ ออกมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ

92 องค์กรเด็กและสตรี ยื่นข้อเสนอ รมว.ศธ.เรียกร้องให้ ออกมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ

20
0
92 องค์กรเด็กและสตรี ยื่นข้อเสนอ รมว.ศธ.เรียกร้องให้ ออกมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ
92 องค์กรเด็กและสตรี ยื่นข้อเสนอ รมว.ศธ.เรียกร้องให้ ออกมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ

92 องค์กรเด็กและสตรี ยื่นข้อเสนอ รมว.ศธ.เรียกร้องให้ ออกมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ

92 องค์กรเด็กและสตรี ยื่นข้อเสนอ รมว.ศธ.เรียกร้องให้ ออกมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ
ภาพ Voice TV

วันนี้ (22 พ.ค.2563) ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ตัวแทนเครือข่ายยุติความรุนแรงทางเพศในโรงเรียน พร้อมด้วยองค์กรด้านสตรีและเด็ก 92 องค์กร ได้ยื่นหนังสือ ต่อนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กรณีครู และรุ่นพี่ ล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนหญิงในจังหวัดมุกดาหาร รวมถึงกรณีครูแชทลวงนักเรียนมาทำอนาจารในจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเรียกร้องให้ ศธ.ออกมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ โดยในครั้งนี้ได้นำรายชื่อประชาชนที่สนับสนุนข้อเรียกร้องผ่านเว็บไซต์change.org จำนวน กว่าหมื่นรายชื่อมอบให้ด้วย

โดยเครือข่าย อยากเห็นสถานศึกษาเป็นที่ปลอดภัยสำหับเด็กและเยาวชน จึงเรียกร้องให้ ศธ.ดำเนินการเร่งด่วนดังนี้

1 .เมื่อเกิดเหตุล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กนักเรียนต้องไม่ปล่อยให้ผู้เสียหายและผู้ปกครองดำเนินการเรียกร้องความยุติธรรมอย่างโดดเดี่ยว แต่ ศธ.ต้องเป็นเจ้าทุกข์ร่วมในการแจ้งความและฟ้องร้องดำเนินคดีทางอาญา ตลอดจนให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้เสียหาย และจัดให้เข้าถึงการคุ้มครองสวัสดิภาพและการเยียวยาทางจิตใจและสังคมโดยเร่งด่วน 

2.กรณีที่มีการสอบสวนแล้วพบว่า ครูหรือบุคลากรทางทางการศึกษาอื่นกระทำผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศต่อนักเรียนให้ ศธ.ลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด ถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และหากบุคคลดังกล่าวยังคงรับราชการหรือปฏิบัติงานจะต้องไม่ให้ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนโดยเด็ดขาด และรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องควรรีบลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมโรงเรียนที่เกิดเหตุ เพื่อให้กำลังใจและแสดงจุดยืนปกป้องครอบครัวผู้เสียหาย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ

3.รัฐมนตรีหรือผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาฯ ควรรีบลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเยี่ยมโรงเรียนที่เกิดเหตุ เพื่อให้กำลังใจและแสดงจุดยืนปกป้องนักเรียนผู้เสียหายและครอบครัว และสร้างขวัญกำลังใจให้นักเรียน ผู้ปกครอง และครูที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดครั้งนี้

4.เร่งออกนโยบายและมาตรการเชิงรุกที่ชัดเจนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศสำหรับโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศ 

5. จัดตั้งกลไกระดับกระทรวง เพื่อรับเรื่องร้องเรียนกรณีปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียน โดยกลไกดังกล่าวต้องมีความเป็นอิสระ มีองค์กรภายนอกที่เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็กและการแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศเข้าร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีการประชาสัมพันธ์ให้ครู ผู้บริหารโรงเรียน นักเรียน และผู้ปกครองรับทราบและเข้าถึงกลไกดังกล่าวได้อย่างกว้างขวาง 

6.ให้การศึกษาแก่ครูและผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศเกี่ยวกับหลักการและแนวปฏิบัติเพื่อการคุ้มครองสิทธิเด็ก การเคารพความเสมอภาคระหว่างเพศ และมีแนวปฏิบัติเพื่อสร้างให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากความรุนแรงทางเพศ

รมว.ศธ.ออกมารับข้อเสนอ ย้ำเรื่องสำคัญที่ไม่ควรเกิดกับเด็ก คือ “การล่วงละเมิดทางเพศ ยาเสพติด การทำร้าย หรือบูลลี่” โดยตอนนี้ได้จัดตั้ง “ศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ” (ศคพ.) เพื่อเป็นการปราบ และป้องกัน เยียวยา รวมถึงทำงานในเชิงรุก โดยแจ้ง ผบ.ตร.แล้วหากมีปัญหาในพื้นที่ต่าง ๆ และ ศธ.มีข้อมูลหลักฐานเพียงพอที่จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงได้ ขอให้ตำรวจคัดค้านการประกันตัว เพราะผู้ที่ถูกกล่าวโทษอาจเป็นบุคคลสำคัญในพื้นที่ อาจมีการไม่ดำเนินคดี หรือไปเคลียร์กับผู้ปกครอง ซึ่งจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นอีกไม่ได้

ขอบคุณที่มา : ศธ.360 องศา | focusnews | อีทีวีแม็ค เวทีสาธารณะเพื่อการศึกษา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here