"อำนาจ" ยันมั่นใจอปท.ไร้ปัญหาจัดสรรงบประมาณอาหารกลางวันและนมโรงเรียน
"อำนาจ" ยันมั่นใจอปท.ไร้ปัญหาจัดสรรงบประมาณอาหารกลางวันและนมโรงเรียน

“อำนาจ” ยันมั่นใจอปท.ไร้ปัญหาจัดสรรงบประมาณอาหารกลางวันและนมโรงเรียน

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2563 ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงกรณีที่หลายฝ่ายมีข้อกังวลเรื่องการจัดสรรงบประมาณโครงการอาหารกลางวันและนมโรงเรียนให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาทั่วประเทศไม่เพียงพอว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณดังกล่าวให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) ผ่านกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) เพื่อให้งบประมาณเป็นไปตามแผนปฎิบัติการของพ.ร.บ.กระจายอำนาจ พ.ศ.2542 ดังนั้นในส่วนงบประมาณโครงการอาหารกลางวันและนมโรงเรียนนั้นเป็นงบประมาณจำนวนมากที่ส่งผ่านมายังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้ดูแลจัดสรรให้แก่โรงเรียนด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ เช่น จัดสรรให้เป็นเงินสด หรือ อปท.เป็นผู้จัดอาหารให้โรงเรียนโดยตรง เป็นต้น

เลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า ส่วนปัญหาที่กังวลว่า อปท.จะจัดสรรเงินงบประมาณโครงการอาหารกลางวันและโครงการนมโรงเรียนไม่เพียงพอนั้น ตนมองว่าอาจเป็นเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณของอปท.เองที่จำเป็นต้องหมนุเงินมาใช้จ่ายในการบริหารงานของอปท.ด้วย เช่น การจ้างบุคลากร เป็นต้น จึงอาจทำให้อปท.ทำเรื่องเสนอรัฐบาลขอใช้งบประมาณจากโครงการอาหารกลางวันและโครงการนมโรงเรียนไปพลางก่อนในระหว่างที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้เงินในส่วนนี้ ซึ่งเรื่องการจัดสรรงบประมาณอาหารกลางวันและนมโรงเรียนจึงเป็นเรื่องระหว่างท้องถิ่นและรัฐบาลในการบริหารจัดการ เนื่องจากงบประมาณของโครงการดังกล่าวเป็นงบประมาณที่มีจำนวนมาก

“ผมมองว่าเงินในส่วนดังกล่าวมีเพียงพอต่อการจัดสรรอาหารกลางวันให้นักเรียนอย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าอปท.คงไม่ปล่อยให้ลูกหลานในท้องถิ่นของตัวเองต้องขาดแคลนอาหารกลางวันและนมโรงเรียน เพราะผลกระทบจะเกิดขึ้นกับเด็ก ส่วนสำนักงานคณะกรรมกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีหน้าที่บริหารจัดการโรงเรียนให้ดำเนินการจัดทำอาหารกลางวันให้เด็กได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ตามโปรแกรม School Lunch อย่างเคร่งครัด รวมถึงสพฐ.ยังมีกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา วงเงิน 6,000 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่าย สำหรับการสนับสนุนและช่วยเหลือภาวะโภชนาการของนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา ซึ่งเราได้ใช้ดอกผลจากเงินกองทุนนี้มาท็อปอัพเพิ่มเงินรายหัวให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล รวมถึงโรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดน (ตชด.)อีกด้วย” ดร.อำนาจ กล่าว

ขอบคุณที่มาและอ่านต่อที่ : เว็บไซต์เดลินิวส์ออนไลน์ วันที่ 17 กันยายน 2563

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่