หน้าแรก ข่าวการศึกษา รัฐบาลเตรียมพร้อมเข้าสู่“สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” ปรับโรงเรียนขนาดเล็ก เป็นสถานที่พัฒนาผู้สูงอายุชุมชน

รัฐบาลเตรียมพร้อมเข้าสู่“สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” ปรับโรงเรียนขนาดเล็ก เป็นสถานที่พัฒนาผู้สูงอายุชุมชน

รัฐบาลเตรียมพร้อมเข้าสู่“สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” ปรับโรงเรียนขนาดเล็ก เป็นสถานที่พัฒนาผู้สูงอายุชุมชน

897
0
รัฐบาลเตรียมพร้อมเข้าสู่“สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” ปรับโรงเรียนขนาดเล็ก เป็นสถานที่พัฒนาผู้สูงอายุชุมชน
รัฐบาลเตรียมพร้อมเข้าสู่“สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” ปรับโรงเรียนขนาดเล็ก เป็นสถานที่พัฒนาผู้สูงอายุชุมชน

รัฐบาลเตรียมพร้อมเข้าสู่“สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” ปรับโรงเรียนขนาดเล็ก เป็นสถานที่พัฒนาผู้สูงอายุชุมชน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้ “สังคมสูงอายุ” เป็นวาระแห่งชาติ และได้สานต่อแผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุ (พ.ศ.2545-2565) เตรียมพร้อมสังคมไทยเข้าสู่  “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” ในปีหน้า ที่คาดการณ์ว่าจะมีประชากรไทย อายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด และในปี 2574 สัดส่วนจะเพิ่มสูงถึงร้อยละ 28 เข้าสู่ “สังคมสูงอายุระดับสุดยอด” จากการประเมินผลแผนปฏิบัติการฯ พบว่า การดำเนินงานยังมีบางด้านที่ต้องปรับปรุง เช่น การเตรียมความพร้อมของประชากรเพื่อวัยสูงอายุที่มีคุณภาพ การส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุ และการคุ้มครองทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุ

ได้ปรับแผนปฏิบัติการฯ (พ.ศ. 2563-2565) ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน โดยให้ความสำคัญกับ 7 ประเด็นหลัก คือ

1) การรณรงค์ให้สังคมตระหนักถึงความจำเป็นของการเตรียมการเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุ คนวัยทำงานมีความเข้าใจถึงการเตรียมตัวด้านต่างๆ เช่น รายได้ สุขภาพ ที่อยู่อาศัย

2)สังคมมีทัศนะเชิงบวกต่อผู้สูงอายุ ไม่มองว่าผู้สูงอายุเป็นภาระต่อสังคม โดยมุ่งเน้นการสร้างทัศนคติกับกลุ่ม ประชากรอายุ 18 – 59 ปี จำนวน 40 ล้านคน

3)การจ้างงานผู้สูงอายุเพื่อให้รู้สึกว่าตนมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี มีรายได้ และสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคม ตั้งเป้าไว้ปี2564 ผู้สูงอายุจำนวน 1.95 แสนคนมีงานทำ

4)กลุ่มผู้สูงอายุที่ครอบครัวยากจน จะเน้นให้ลูกหลานกลับมาอยู่กับครอบครัวมากขึ้นโดยท้องถิ่นเป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญและให้การดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุ ส่วนกลางต้องจัดงบประมาณเข้าไปเสริมการทำงานของท้องถิ่น

5) การปรับเปลี่ยนโรงเรียนขนาดเล็กให้เป็นสถานที่พัฒนาผู้สูงอายุในชุมชน เพราะทุกวันนี้จำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยกว่าจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

6)การส่งเสริมการออมทั้งแรงงานในระบบและนอกระบบ คนวัยทำงานต้องออมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณ

7)การส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการผลิตหรือฝึกอบรมบุคลากรด้านผู้สูงอายุในระดับวิชาชีพอย่างเพียงพอและมีมาตรฐาน

ขอบคุณที่มาและอ่านต่อได้ที่ : เว็บไซต์ แนวหน้า 6 กันยายน พ.ศ. 2563

บทความก่อนหน้านี้อ.ก.ค.ศ.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ(เขตพื้นที่ปกติ) ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย ภาค ก และภาค ข รอบทั่วไป ปีพ.ศ.2563
บทความถัดไป“ณัฏฐพล” ชี้เลิกโอเน็ต ต้องเสนอ ครม. ทปอ. หวั่นกระทบ TCAS-Admission
บทความโดย : ครูอาชีพดอทคอม ติดตามได้ที่ : https://www.facebook.com/kruachieve เว็บไซต์ : https://www.kruachieve.com

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่