หน้าแรก ข่าวการศึกษา “ปลูกไม้ ปลูกชีวิต ปลุกจิตอนุรักษ์” แจกกล้าไม้กว่า 4.7 หมื่นต้นให้วิทยาลัยเกษตรฯ 47 แห่งทั่วประเทศ แห่งละ 1,000 ต้น

“ปลูกไม้ ปลูกชีวิต ปลุกจิตอนุรักษ์” แจกกล้าไม้กว่า 4.7 หมื่นต้นให้วิทยาลัยเกษตรฯ 47 แห่งทั่วประเทศ แห่งละ 1,000 ต้น

“ปลูกไม้ ปลูกชีวิต ปลุกจิตอนุรักษ์” แจกกล้าไม้กว่า 4.7 หมื่นต้นให้วิทยาลัยเกษตรฯ 47 แห่งทั่วประเทศ แห่งละ 1,000 ต้น

30
0
“ปลูกไม้ ปลูกชีวิต ปลุกจิตอนุรักษ์” แจกกล้าไม้กว่า 4.7 หมื่นต้นให้วิทยาลัยเกษตรฯ 47 แห่งทั่วประเทศ แห่งละ 1,000 ต้น
“ปลูกไม้ ปลูกชีวิต ปลุกจิตอนุรักษ์” แจกกล้าไม้กว่า 4.7 หมื่นต้นให้วิทยาลัยเกษตรฯ 47 แห่งทั่วประเทศ แห่งละ 1,000 ต้น

“ปลูกไม้ ปลูกชีวิต ปลุกจิตอนุรักษ์” แจกกล้าไม้กว่า 4.7 หมื่นต้นให้วิทยาลัยเกษตรฯ 47 แห่งทั่วประเทศ แห่งละ 1,000 ต้น

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ที่กระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ฐานะประธานมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ เป็นประธานงาน “ปลูกไม้ ปลูกชีวิต ปลุกจิตอนุรักษ์” และพิธีปล่อยคาราวานแจกกล้าไม้จำนวน 47,000 กล้า โดยความร่วมมือระหว่างกระทรงศึกษาธิการกับมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ ในการแจกกล้าไม้ให้กับตัวแทนผู้บริหารวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี เพื่อนำไปมอบต่อให้แก่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั้ง 47 แห่งทั่วประเทศ แห่งละ 1,000 ต้นต่อไป

คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า  กิจกรรมนี้จะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่แผ่นดินไทย โดยมีวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั่วประเทศเป็นตัวกลางกระจายความเขียวขจี ความรู้ การสร้างจิตสำนึกในเรื่อง ดิน น้ำ ป่า ให้แก่เยาวชนภายใต้แนวคิด “ปลูกไม้ ปลูกชีวิต ปลุกจิตอนุรักษ์”  โดยมีนโยบายว่า ถ้าวิทยาลัยเกษตรฯ มีพื้นที่ต่ำกว่า 1,000 ไร่ อย่างน้อยก็จะมีพื้นที่สีเขียวเพิ่ม 50 ไร่ ถ้ามีพื้นที่มากกว่า 1,000 ไร่ ก็อยากให้มีพื้นที่สีเขียวมากกว่า 100 ไร่  โดยจะให้นักเรียนอาชีวเกษตรรับไปดูแลคนละ 1 ต้น ดูแลตั้งแต่การปลูกไปจนเรียนจบ ปวช. หรือ ปวส.  เพื่อให้เติบโตไปคู่กัน  มีจิตสำนึกในการปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศไทย

สำหรับต้นไม้ที่นำมามอบให้นี้ มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ได้ ว่าจ้างกลุ่มวิสหกิจชุมชนวนกษตรเพื่อการพึ่งพากันเองบ้านห้วยหิน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา เพาะกล้าไม้ที่มีคุณภาพ จำนวน 50,000 ต้น  เพื่อนำไปปลูกในพื้นที่แปลงฟื้นฟูป่าที่มูลนิธิฯดำเนินงาน โดยชนิดกล้าไม้ที่ดำเนินการเพาะกล้าไม้มี 2 ประเภท จำนวน 24 ชนิด ดังนี้  ประเภทไม้ยืนต้นที่เป็นไม้ป่าอนุรักษ์ และไม้มีค่า ได้แก่ ยางนา แดง พะยูง พยอม มะค่าโมง มะค่าแต้ ตะเคียนทอง ประดู่ป่า  มะฮอคกานี รัง กระบก สำรอง มันปู กฤษณา และกระบาก  ประเภทไม้ป่าให้ผลและไม้ผลที่เพาะจากเมล็ด ได้แก่ คอแลน (สิ้นจี่ป่า) มะพลับสวน มะกอกน้ำ ขนุน ตะขบป่า กระท้อน มะม่วงป่า หว้า ชะมวง

“โครงการนี้เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แผ่นดินไทย โดยมีสถานศึกษาเป็นศูนย์กลางการกระจายความเขียวกระจี ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ดิน น้ำ ป่า ก็จะขยายไปเป็นเงาตามตัว ความหวังของประเทศไทยที่จะมีความอุดมสมบูรณ์ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม เมื่อเยาวชนของประเทศเห็นความสำคัญว่า ดิน น้ำ ป่า คือ ข้าวปลาอาหารของลูก หลาน เหลน วิถีชีวิตภูมิปัญญาชาวบ้านก็จะได้ประสารรวมกันไปกับการปลูกต้นไม้ ต้นไม้เป็นทรัพยากรธรรมชาติอย่างเดียวในโลกที่พวกเรา รุ่นเราจะสามารถฟื้นฟูได้ จึงอยากเชิญชวนให้ทุก ๆ คนปลูกต้นไม้ทุกวันทุกคนเพื่อต่ออายุตัวเอง ต่ออายุให้ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และเป็นสมบัติและเป็นความมั่นคงของชีวิต อีกทั้งเนื่องจากรัฐบาลยกเลิกกฏหมายต้นไม้หวงห้าม 58 ชนิดแล้ว ถ้าเราปลูกลงไปในพื้นดินวันนี้ อีก 10-20 ปีข้างหน้าก็จะเป็นสมบัติ เป็นมรดกให้ลูกหลานได้ จึงอยากให้มาร่วมปลูกต้นไม้เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของประเทศของเรา เพื่อเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองต่อไปในอนาคต”รมช.ศึกษาธิการกล่าว

ขอบคุณที่มาและอ่าน : เว็บไซต์ Focus News http://www.focusnews.in.th/9031

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here