หน้าแรก ข่าวการศึกษา “ณัฏฐพล” ยันเร่งสางปัญหาข้อเรียกร้อง นร. ยันตั้ง คกก.พิจารณาข้อร้องเรียนแล้ว

“ณัฏฐพล” ยันเร่งสางปัญหาข้อเรียกร้อง นร. ยันตั้ง คกก.พิจารณาข้อร้องเรียนแล้ว

"ณัฏฐพล" ยันเร่งสางปัญหาข้อเรียกร้อง นร. ยันตั้ง คกก.พิจารณาข้อร้องเรียนแล้ว

53
0
"ณัฏฐพล" ยันเร่งสางปัญหาข้อเรียกร้อง นร. ยันตั้ง คกก.พิจารณาข้อร้องเรียนแล้ว

“ณัฏฐพล” ยันเร่งสางปัญหาข้อเรียกร้อง นร. ยันตั้ง คกก.พิจารณาข้อร้องเรียนแล้ว โดยคณะกรรมการฯจะแบ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาออกเป็น 2 ส่วน คือ เรื่องที่แก้ไขได้ทันที และ เรื่องที่ต้องรอการดำเนินการ เพราะบางเรื่องต้องเข้าไปแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

จากกรณีกลุ่มครูและอาจารย์จะหยุดสอนทั่วประเทศหากนายกรัฐมนตรีไม่ลาออกนั้น เมื่อวันที่ 20 ต.ค. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องการนัดหยุดเรียนและหยุดสอนนั้นก็ต้องดูความเหมาะสมด้วยว่าคืออะไร ซึ่งหากหยุดการเรียนการสอนแล้วประเทศจะพัฒนาไปได้หรือไม่เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาให้ดี เพราะวันนี้สิ่งที่เราต้องการคืออยากให้เด็กและเยาวชนของไทยมีความรู้ความสามารถมากที่สุด เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กมีศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้

ดังนั้นหากเด็กไม่ได้รับความรู้หรือพัฒนาตามทักษะไม่เพียงพอก็อาจจะส่งผลกระทบต่อแผนการพัฒนาเด็กไทยในอนาคตได้ ทั้งนี้หากครูหยุดสอนทั่วประเทศโรงเรียจะต้องดูเหตุผลของการหยุดเรียนหยุดการสอนด้วย รวมถึงตนคิดว่านักเรียนคงมองเห็นเวลาที่ว่างให้หาความรู้ใส่ตัวเองอย่างไรด้วย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นข้อเสนอแนะของกลุ่มนักเรียนในองค์กรต่าง ๆ ที่เสนอให้ ศธ.มีการปฏิรูปการศึกษาทั้งเรื่องเครื่องแบบนักเรียน ทรงผมนักเรียน การจัดการเรียนการสอน หลักสูตรการเรียนการสอนนั้น

ขณะนี้ ศธ.ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียนของนักเรียน นักศึกษาแล้ว ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วย ผู้แทนจากครูอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา นักวิชาการ และตัวแทนนักเรียน เพื่อรวบรวมปัญหาข้อร้องเรียนทั้งหมดนำไปสู่การแก้ไขให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นข้อเรียกร้องในประเด็นต่าง ๆจากการเปิดรับฟังความคิดในทุกช่องทางของ ศธ.นั้นกำลังเดินหน้าแก้ไขปัญหาและหาทางออกให้ โดยคณะกรรมการฯจะแบ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาออกเป็น 2 ส่วน คือ เรื่องที่แก้ไขได้ทันที และ เรื่องที่ต้องรอการดำเนินการ เพราะบางเรื่องต้องเข้าไปแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณที่มาและอ่านต่อ : Facebook At_HeaR ข่าวจริงเข้าหู

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here