ว10/2566 แนวปฏิบัติการนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. (ยกเว้น สศศ.)
ว10/2566 แนวปฏิบัติการนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. (ยกเว้น สศศ.)

ว10/2566 แนวปฏิบัติการนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. (ยกเว้น สศศ.)

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๔) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙ ก.ค.ศ. จึงกำหนดแนวปฏิบัติการนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(ยกเว้นสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ) ดังนี้

๑. ในแนวปฏิบัตินี้

“สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้” หมายความว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต ๑ หรือเขตเดียวในจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่ดูแล ควบคุม และประสานงานเกี่ยวกับการใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จนกว่าจะครบอายุการขึ้นบัญชีหรือบัญชีถูกยกเลิก

“บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้” หมายความว่า บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ กศจ. ซึ่งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดส่งมอบให้สำนักงานเขดพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต ๑ หรือเขตเดียวในจังหวัด ดูแล ควบคุมและประสานเกี่ยวกับการใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้

๒. การขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่นให้ดำเนินการได้เฉพาะกรณีจังหวัดนั้นไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ หรือไม่มีผู้ขึ้นบัญชี ในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอก นั้น

กรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่มีท้องที่รับผิดชอบครอบคลุมมากกว่าหนึ่งจังหวัด ในแต่ละจังหวัดต้องไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ หรือไม่มีผู้ขึ้นบัญชี ในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอก นั้น

๓. การขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ให้ดำเนินการตามลำดับและขั้นตอน ดังนี้

๓.๑ ให้ขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ จากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกันในท้องที่รับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการภาคเดียวกัน

๓.๒ หากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกันในท้องที่รับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการภาคเดียวกัน ไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิชา หรือทางหรือสาขาวิชาเอกที่ขอ ให้ขอจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกันในท้องที่รับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการภาคอื่น

๓.๓ หากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกันในท้องที่รับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการภาคอื่น ไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิชา หรือทางหรือสาขาวิชาเอกที่ขอ ให้ขอจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของจังหวัดใดก็ได้ในท้องที่รับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการภาคเดียวกัน

๓.๔ หากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของจังหวัดในท้องที่รับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการภาคเดียวกัน ไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอกที่ขอ ให้ขอจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของจังหวัดในท้องที่รับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการภาคใดก็ได้

๓.๕ หากทุกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของจังหวัดไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอกที่ขอ ให้ขอจากบัญชี อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ

๓.๖ หาก อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิซา หรือทางหรือสาขาวิชาเอกที่ขอ ให้ขอจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ในส่วนราชการอื่นสำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่มีท้องที่รับผิดชอบครอบคลุมมากกว่าหนึ่งจังหวัด ให้ขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของจังหวัดซึ่งอยู่ในท้องที่รับผิดชอบของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานั้นก่อน หากไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิเอกที่ขอ ให้ดำเนินการตามข้อ ๓.๑-๓.๖

๔. การดำเนินการของผู้ขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ มีดังนี้

๔.๑ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีตำแหน่งว่างและประสงค์จะบรรและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ นำเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเพื่อพิจารณาและกำหนดกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอก ที่ตรงตามความต้องการจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษา

๔.๒ กรณี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีมติอนุมัติให้ขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแจ้งมติพร้อมทั้งรายชื่อและที่ตั้งสถานศึกษาไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ที่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ เพื่อขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ตามกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอก ที่ต้องการเท่ากับจำนวนตำแหน่งว่างที่จะบรรจุและแต่งตั้ง ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ

๔.๓ เมื่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ขอใช้บัญชี ได้รับรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ที่จัดลำดับที่ เอกสารหลักฐานการสมัครสอบแข่งชัน หนังสือสอบถามความสมัครใจ และที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ของผู้สมัครใจ จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีผู้สอบแข่งขันได้แล้วให้เสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ โดยบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ที่ประกาศใหมให้มีอายุการขึ้นบัญชีเท่ากับบัญชีเดิม

ทั้งนี้ ผู้สอบแข่งขันได้รายใดได้รับการประกาศขึ้นบัญชีของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาที่ขอรายชื่อผู้สอบแข่งชันได้แล้ว จะถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีเดิม

๔.๔ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ขอใช้บัญชีแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เพื่อเสนอ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษานั้น ยกเลิกการขึ้นบัญชีเดิมของผู้สอบแข่งขันได้ที่ได้รับการประกาศขึ้นบัญชีใหม่แล้ว

๔.๕ ให้ใช้ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาที่ขอใช้บัญชีเป็นการเรียกตัวผู้สอบแข่งชันได้มารายงานตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ โดยต้องกำหนดให้ผู้สอบแข่งขันได้มารายงานตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้งไม่หลังวันที่บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครบอายุการขึ้นบัญชี และให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ (๔) โดยความเห็นชอบของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาที่มีตำแหน่งว่าง ดำเนินการสั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานตำแหน่ง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมส่งสำเนาคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน และสำนักงาน ก.ค.ศ. หน่วยงานละ ๑ ชุด ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันออกคำสั่ง เพื่อตรวจสอบคำสั่ง

ทั้งนี้ สถานศึกษาที่รับการบรรจุและแต่งตั้ง ต้องมีจำนวนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่เกินเกณฑ์อัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนดผู้สอบแข่งขันได้รายใดที่สมัครใจและได้รับการประกาศขึ้นบัญชีของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาที่ขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้แล้ว หากไมไปรายงานตัวหรือขอระงับการบรและแต่งตั้ง ให้ถิงผู้สอบแข่งขันได้รายนั้นสละสิทธิการบรรจุและแต่งตั้ง และจะถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาที่ขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้

๕. การดำเนินการของเจ้าของบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ มีดังนี้

๕.๑ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ เสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา พิจารณาเพื่อมีมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติให้ใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ และแจ้งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ขอใช้บัญชีทราบผลการพิจารณาโดยเร็ว

๕.๒ กรณี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาอนุมัติให้ใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ มีหนังสือสอบถามความสมัครใจผู้สอบแข่งขันได้ตามรายชื่อตามลำดับที่และจำนวนที่ได้รับอนุมัติตามแบบที่กำหนด แล้วส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับเป็นรายบุคคลตามที่อยู่ที่ปรากฏในใบสมัคร หรือที่อยู่ที่ได้แจ้งเปลี่ยนไว้ โดยแจ้งรายละเอียดให้ผู้สอบแข่งขันได้ทราบเกี่ยวกับลำดับที่ที่ผู้สอบแข่งขันได้มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในแต่ละกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอกพร้อมรายชื่อและที่ตั้งสถานศึกษาที่จะบรรจุและแต่งตั้ง และให้เลือกสถานศึกษาที่ต้องการจะบรรจุและแต่งตั้งเรียงตามลำดับตั้งแต่ลำดับที่ ๑ ถึงลำดับสุดท้าย

ทั้งนี้ การสอบถามตามวรรคหนึ่ง อาจให้มีการสอบถามความสมัครใจของผู้สอบแข่งขันได้มากกว่าจำนวนที่ขอ เพื่อเป็นผู้สมัครสำรองตามจำนวนที่เห็นว่าเหมาะสมในคราวเดียวกัน โดยต้องระบุให้ชัดเจนว่า ผู้ถูกสอบถามความสมัครใจรายนั้น ถูกสอบถามในฐานะผู้สมัครสำรอง และจะได้รับการพิจารณาเมื่อมีตำแหน่งว่าง

การตอบรับของผู้สอบแข่งขันได้ทั้งกรณีสมัครใจและไม่สมัครใจ ให้แสดงความจำนงตามแบบที่กำหนด แล้วส่งคืนทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ หากพ้นกำหนด ถือว่าผู้ถูกสอบถามความสมัครใจสละสิทธิในการแสดงความจำนงครั้งนี้และยังคงการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ไว้ตามลำดับที่เดิม

๕.๓ เมื่อได้รับหนังสือตอบรับจากผู้สอบแข่งขันได้แล้ว ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ พิจารณาดำเนินการเฉพาะผู้ที่สมัครใจ ดังนี้

๕.๓.๑ จัดลำดับที่เท่ากับจำนวนตำแหน่งว่างที่ผู้ขอใช้บัญชีขอ โดยผู้ที่ได้ลำดับที่ดีกว่าในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้จะได้รับการพิจารณาก่อน

๕.๓.๒ เมื่อจัดลำดับที่แล้ว ให้แจ้งรายชื่อ ลำดับที่ เอกสารหลักฐานการสมัครสอบแข่งขัน หนังสือสอบถามความสมัครใจและที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ของผู้สมัครใจ เท่ากับจำนวนตำแหน่งว่าง

ที่ผู้ขอใช้บัญชีขอ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ทราบ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

๕.๔ เมื่อได้รับหนังสือแจ้งการประกาศขึ้นบัญซีจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้แล้ว ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ดูแลบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ เสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษายกเลิกการขึ้นบัญชีเดิมของผู้สอบแข่งขันได้รายนั้นกรณีไม่สามารถดำเนินการได้หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามแนวพิจารณาหรือวินิจฉัย

ว10/2566 แนวปฏิบัติการนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. (ยกเว้น สศศ.)
ว10/2566 แนวปฏิบัติการนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. (ยกเว้น สศศ.)

ที่มา :: สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา – ก.ค.ศ., สำนักงาน ก.ค.ศ., ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา, (otepc.go.th)

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่