หน้าแรก ครูพาเที่ยว กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง

กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง

4974
0
กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง
กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง

กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง

วัดสะตือ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔๐ บ้านท่างาม หมู่ที่ ๖ ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ตามหลักฐานเดิมวัดมีพื้นที่ประมาณ ๓๗ ไร่ แม่น้ำป่าสักได้กลืนที่ดินวัดแหว่งเว้าไปทีละนิด ทีละหน่อย ตั้งแต่สร้างเขื่อนพระราม ๖ เป็นต้นมา ที่ดินหน้าวัดหายลึกไปประมาณ ๒๐ วา เมื่อทางกรมที่ดินออกโฉนดที่ดินวัดให้ใหม่เหลือที่ดินซึ่งมีเนื้อที่เพียง ๑๕ ไร่ ๑ งาน ๘๐ ตารางวา เลขที่โฉนดที่ดิน ๗๐๗๑ เลขที่ดิน ๖๙๙ อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๒๔๐ เมตร ติดต่อกับที่ตั้งบ้านเรือนของประชาชน ทิศใต้ยาว ๔๐ เมตร ติดต่อกับที่ตั้งบ้านเรือนของประชากร ทิศตะวันออกยาว ๑๖๐ เมตร ติดต่อกับแม่น้ำแควป่าสัก ทิศตะวันตกยาว ๒๔๐ เมตร ติดต่อกับถนนเข้าหมู่บ้าน

กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง 10

อาคารเสนาสนะต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย พระอุโบสถกว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๒.๙๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๙๘ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และดำเนินการบูรณะซ่อมแซมโดย พลตรีมนูญกฤษ รูปขจร ในครั้งที่ ๑ ซึ่งบ้านเกิดอยู่หลังองค์พระพุทธไสยาสน์ และในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ พระอธิการทองคำ คัมภีรปัญโญ เจ้าอาวาสในขณะนั้นได้ทำการบูรณะ โดยกรมศิลปากรเป็นผู้ควบคุมการบูรณะ ศาลาการเปรียญเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๑๒.๗๕ เมตร ยาว ๒๑.๕๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นอาคารคอนกรีต สูงใหญ่ ๒ ชั้น หอสวดมนต์กว้าง ๙.๕๐ เมตร ยาว ๑๘.๕๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น กุฎีสงฆ์ จำนวน ๗ หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ หอฉันเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก

กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง 11

วัดสะตือ สร้างขึ้นเป็นวัดนับแต่ พ.ศ. ๒๔๐๐ เดิมตั้งอยู่ทางทิศเหนือขึ้นไปไม่ไกลนัก ที่เรียกว่า วัดสะตือ เพราะมีต้นสะตือใหญ่เป็นนิมิต ต่อเมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ได้มาดำเนินการสร้างพระพุทธไสยาสน์แล้ว วัดสะตือจึงได้ย้ายมาตั้งที่บริเวณพระนอนนี้และ เรียกนามตามชื่อตำบลว่า “วัดท่างาม” กาลต่อมา สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่๕ ได้เสด็จไปทรงนมัสการพระพุทธบาท ได้เสด็จขึ้นที่ท่าตำบลนี้ ๒ ครั้ง แต่นั้นมาจึงเรียกตำบลว่า “ตำบลท่าหลวง” และเรียกนามวัดว่า “วัดท่าหลวง” แต่ต่อมากลับไปเรียกว่า “วัดสะตือ” ตามนามเดิมอีก ซึ่งยุติต้องกันกับการเสด็จประพาสต้นครั้งที่ ๒

ตามจดหมายเหตุรัชกาลที่ ๕ ระบุไว้ตอนหนึ่งว่า “วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙) ได้กินข้าวกลางวันที่วัดท่างาม ทรงทำครัวและเสวยที่ตรงบริเวณใต้เศียรพระนอนใหญ่  และที่เรียกกันว่า  ท่าหลวง นั้นเกิดขึ้นใหม่ เพราะพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จมานมัสการรอยพระพุทธบาท  ๒ ครั้ง  ขึ้นที่ท่างามทั้ง  ๒ ครั้ง  ตามพระราชนิพนธ์  รัชกาลที่ ๕ ในจดหมายเหตุเรื่องเสด็จประพาสต้น ครั้งที่  ๒  วัดท่างามดังกล่าวนั้นหมายถึง “วัดสะตือ” ในปัจจุบัน และ ที่วัดนี้มีโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการตั้งอยู่ในบริเวณที่ดินของวัด  วัดสะตือได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๘  เขตวิสุงคามสีมา  กว้าง  ๑๐  เมตร  ยาว ๒๔  เมตร

พระพุทธไสยาสน์ในวัดสะตือ หรือชาวบ้านเรีกกันว่า หลวงพ่อโต ประดิษฐาน ณ วัดสะตือ อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2413 องค์พระมีขนาดยาว 52 เมตร กว้าง 9 เมตร และสูง 16 เมตร

กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง 12
กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง 13
กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง 14
กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง 15
กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง 16

ด้านหลังวัดจะมีสถานที่ให้อาหารปลา และจะเห็นสะพานเหล็กข้ามแม่น้ำป่าสัก และเขื่อนพระราม6เขื่อนแห่งแรกของไทย

กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง 17
กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง 18

ขอบคุณประวัติวัด : http://www.thailandtemples.org/watsatue/index.html

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่