หน้าแรก ครูพาเที่ยว กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง

กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง

1301
0
กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง
กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง

กราบขอพรหลวงพ่อโต วัดสะตือ พระนอนองค์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นผู้สร้าง

วัดสะตือ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔๐ บ้านท่างาม หมู่ที่ ๖ ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ตามหลักฐานเดิมวัดมีพื้นที่ประมาณ ๓๗ ไร่ แม่น้ำป่าสักได้กลืนที่ดินวัดแหว่งเว้าไปทีละนิด ทีละหน่อย ตั้งแต่สร้างเขื่อนพระราม ๖ เป็นต้นมา ที่ดินหน้าวัดหายลึกไปประมาณ ๒๐ วา เมื่อทางกรมที่ดินออกโฉนดที่ดินวัดให้ใหม่เหลือที่ดินซึ่งมีเนื้อที่เพียง ๑๕ ไร่ ๑ งาน ๘๐ ตารางวา เลขที่โฉนดที่ดิน ๗๐๗๑ เลขที่ดิน ๖๙๙ อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๒๔๐ เมตร ติดต่อกับที่ตั้งบ้านเรือนของประชาชน ทิศใต้ยาว ๔๐ เมตร ติดต่อกับที่ตั้งบ้านเรือนของประชากร ทิศตะวันออกยาว ๑๖๐ เมตร ติดต่อกับแม่น้ำแควป่าสัก ทิศตะวันตกยาว ๒๔๐ เมตร ติดต่อกับถนนเข้าหมู่บ้าน

อาคารเสนาสนะต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย พระอุโบสถกว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๒.๙๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๙๘ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และดำเนินการบูรณะซ่อมแซมโดย พลตรีมนูญกฤษ รูปขจร ในครั้งที่ ๑ ซึ่งบ้านเกิดอยู่หลังองค์พระพุทธไสยาสน์ และในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ พระอธิการทองคำ คัมภีรปัญโญ เจ้าอาวาสในขณะนั้นได้ทำการบูรณะ โดยกรมศิลปากรเป็นผู้ควบคุมการบูรณะ ศาลาการเปรียญเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๑๒.๗๕ เมตร ยาว ๒๑.๕๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นอาคารคอนกรีต สูงใหญ่ ๒ ชั้น หอสวดมนต์กว้าง ๙.๕๐ เมตร ยาว ๑๘.๕๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น กุฎีสงฆ์ จำนวน ๗ หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ หอฉันเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก

วัดสะตือ สร้างขึ้นเป็นวัดนับแต่ พ.ศ. ๒๔๐๐ เดิมตั้งอยู่ทางทิศเหนือขึ้นไปไม่ไกลนัก ที่เรียกว่า วัดสะตือ เพราะมีต้นสะตือใหญ่เป็นนิมิต ต่อเมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ได้มาดำเนินการสร้างพระพุทธไสยาสน์แล้ว วัดสะตือจึงได้ย้ายมาตั้งที่บริเวณพระนอนนี้และ เรียกนามตามชื่อตำบลว่า “วัดท่างาม” กาลต่อมา สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่๕ ได้เสด็จไปทรงนมัสการพระพุทธบาท ได้เสด็จขึ้นที่ท่าตำบลนี้ ๒ ครั้ง แต่นั้นมาจึงเรียกตำบลว่า “ตำบลท่าหลวง” และเรียกนามวัดว่า “วัดท่าหลวง” แต่ต่อมากลับไปเรียกว่า “วัดสะตือ” ตามนามเดิมอีก ซึ่งยุติต้องกันกับการเสด็จประพาสต้นครั้งที่ ๒

ตามจดหมายเหตุรัชกาลที่ ๕ ระบุไว้ตอนหนึ่งว่า “วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙) ได้กินข้าวกลางวันที่วัดท่างาม ทรงทำครัวและเสวยที่ตรงบริเวณใต้เศียรพระนอนใหญ่  และที่เรียกกันว่า  ท่าหลวง นั้นเกิดขึ้นใหม่ เพราะพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จมานมัสการรอยพระพุทธบาท  ๒ ครั้ง  ขึ้นที่ท่างามทั้ง  ๒ ครั้ง  ตามพระราชนิพนธ์  รัชกาลที่ ๕ ในจดหมายเหตุเรื่องเสด็จประพาสต้น ครั้งที่  ๒  วัดท่างามดังกล่าวนั้นหมายถึง “วัดสะตือ” ในปัจจุบัน และ ที่วัดนี้มีโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการตั้งอยู่ในบริเวณที่ดินของวัด  วัดสะตือได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๘  เขตวิสุงคามสีมา  กว้าง  ๑๐  เมตร  ยาว ๒๔  เมตร

พระพุทธไสยาสน์ในวัดสะตือ หรือชาวบ้านเรีกกันว่า หลวงพ่อโต ประดิษฐาน ณ วัดสะตือ อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2413 องค์พระมีขนาดยาว 52 เมตร กว้าง 9 เมตร และสูง 16 เมตร

ด้านหลังวัดจะมีสถานที่ให้อาหารปลา และจะเห็นสะพานเหล็กข้ามแม่น้ำป่าสัก และเขื่อนพระราม6เขื่อนแห่งแรกของไทย

ขอบคุณประวัติวัด : http://www.thailandtemples.org/watsatue/index.html

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here