หน้าแรก กิจกรรมน่าสนใจ แนะนำ 20 คอร์สเรียนออนไลน์ “เทคนิคการออกแบบกิจกรรมรายวิชา” กับ Starfish Labz เรียนฟรี มีเกียรติบัตร

แนะนำ 20 คอร์สเรียนออนไลน์ “เทคนิคการออกแบบกิจกรรมรายวิชา” กับ Starfish Labz เรียนฟรี มีเกียรติบัตร

แนะนำ 20 คอร์สเรียนออนไลน์ "เทคนิคการออกแบบกิจกรรมรายวิชา" กับ Starfish Labz เรียนฟรี มีเกียรติบัตร

1835
1
แนะนำ 20 คอร์สเรียนออนไลน์
แนะนำ 20 คอร์สเรียนออนไลน์ "เทคนิคการออกแบบกิจกรรมรายวิชา" กับ Starfish Labz เรีนฟรี มีเกียรติบัตร

แนะนำ 20 คอร์สเรียนออนไลน์ “เทคนิคการออกแบบกิจกรรมรายวิชา” กับ Starfish Labz เรียนฟรี มีเกียรติบัตร การออกแบบกิจกรรมรายวิชา เป็นทักษะในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นทักษะสำคัญของครูผู้สอนที่จะต้องออกแบบและวางแผนเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆเพื่อให้เด็กเกิดความรู้ และทักษะที่จำเป็น โดยครูและผู้ปกครองสามารถนำเอากิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจ รวมถึงสื่อการสอนที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้ในรายวิชาที่ตนเองสอนในห้องเรียนได้

การออกแบบกิจกรรมรายวิชามีหลายรูปแบบ ดังนี้

การจัดการเรียนรู้แบบใช้คำถาม (Questioning Method) เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนากระบวนการทางความคิดของผู้เรียน โดยผู้สอนจะป้อนคำถามในลักษณะต่าง ๆ ที่เป็นคำถามที่ดี สามารถพัฒนาความคิดผู้เรียน ถามเพื่อให้ผู้เรียนใช้ความคิดเชิงเหตุผล วิเคราะห์ วิจารณ์ สังเคราะห์ หรือ การประเมินค่าเพื่อจะตอบคำถามเหล่านั้น

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้คำถามมีขั้นตอนสำคัญดังต่อไปนี้

  1. ขั้นวางแผนการใช้คำถาม ผู้สอนควรจะมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะใช้คำถามเพื่อวัตถุประสงค์ใด รูปแบบหรือประการใดที่จะสอดคล้องกับเนื้อหาสาระและวัตถุประสงค์ของบทเรียน
  2. ขั้นเตรียมคำถาม ผู้สอนควรจะเตรียมคำถามที่จะใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยการสร้างคำถามอย่างมีหลักเกณฑ์
  3. ขั้นการใช้คำถาม ผู้สอนสามารถจะใช้คำถามในทุกขั้นตอนของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และอาจจะสร้างคำถามใหม่ที่นอกเหนือจากคำถามที่เตรียมไว้ก็ได้ ทั้งนี้ต้องเหมาะสมกับเนื้อหาสาระและสถานการณ์นั้น ๆ
  4. ขั้นสรุปและประเมินผล
    1. การสรุปบทเรียนผู้สอนอาจจะใช้คำถามเพื่อการสรุปบทเรียนก็ได้
    2. การประเมินผล ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันประเมินผลการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการประเมินผลตามสภาพจริง

วิธีสอนแบบโมเดลซิปปา เป็นแนวคิดของทิศนา แขมมณี ที่กล่าวว่า ซิปปา (CIPPA) เป็นหลักการซึ่งสามารถนำไปเป็นหลักในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้แก่ผู้เรียน การจัดกระบวนการเรียนการสอนตามหลัก “CIPPA”  สามารถใช้วิธีการและกระบวนการที่หลากหลาย อาจจัดเป็นแบบแผนได้หลายรูปแบบ CIPPA MODEL เป็นวิธีหนึ่งในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า  รวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง การมีส่วนร่วมในการสร้างคามรู้ การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และการแลกเปลี่ยนความรู้ การได้เคลื่อนไหวทางกาย การเรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ และการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

การจัดการเรียนการสอนแบบ CIPPA MODEL มาจากแนวคิดหลัก 5 แนวคิด ซึ่งเป็นแนวคิดพื้นฐานในการจัดการศึกษา ได้แก่

  1. แนวคิดการสร้างสรรค์ความรู้ (Contructivism)
  2. แนวคิดเรื่องกระบวนการกลุ่มและการเรียนแบบร่วมมือ (Group Process and Cooperative Learning)
  3. แนวคิดเกี่ยวกับความพร้อมในการเรียนรู้ (Learning Readiness)
  4. แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้กระบวนการ (Process Learning)
  5.  แนวคิดเกี่ยวกับการถ่ายโอนการเรียนรู้ (Transfer of Learning)

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบโมเดลซิปปา (CIPPA MODEL) ตามรูปแบบของ ทิศนาแขมมณี มีขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ดังนี้

ขั้นที่  1 การทบทวนความรู้เดิม ขั้นนี้เป็นการดึงความรู้เดิมของผู้เรียนในเรื่องที่จะเรียน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมของตน ซึ่งผู้สอนอาจใช้วิธีการต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย เช่น ผู้สอนอาจใช้การสนทนาซักถามให้ผู้เรียนเล่าประสบการณ์เดิม หรือให้ผู้เรียนแสดงโครงความรู้เดิม (Graphic Organizer) ของตน

ขั้นที่ 2 การแสวงหาความรู้ใหม่ ขั้นนี้เป็นการแสวงหาข้อมูลความรู้ใหม่ของผู้เรียนจากแหล่งข้อมูล หรือแหล่งความรู้ต่าง ๆ ซึ่งผู้สอนอาจจัดเตรียมมาให้ผู้เรียนหรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนไปแสวงหาก็ได้ในขั้นนี้ผู้สอนควรแนะนำแหล่งความรู้ต่าง ๆ  ให้แก่ผู้เรียนตลอดทั้งจัดเตรียมเอกสารสื่อต่าง ๆ

ขั้นที่ 3  การศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล / ความรู้ใหม่ และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม ขั้นนี้เป็นขั้นที่ผู้เรียนศึกษาและทำความเข้าใจกับข้อมูล / ความรู้ที่หามาได้ ผู้เรียนสร้างความหมายของข้อมูล / ประสบการณ์ใหม่ ๆ โดยใช้กระบวนต่าง ๆ ด้วยตนเอง เช่น ใช้กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่มในการอภิปราย และสรุปความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลนั้น ๆ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยงกับความรู้เดิม ในขั้นนี้ ผู้สอนควรใช้กระบวนการต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรม เช่น กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสร้างลักษณะนิสัย กระบวนการทักษะทางสังคม ฯลฯ เพื่อให้ผู้เรียนสร้างความรู้ขึ้นมาด้วยตนเอง

ขั้นที่ 4 การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม  ขั้นนี้เป็นขั้นที่ผู้เรียนอาศัยกลุ่มเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบความรวมทั้งขยายความรู้ความเข้าใจของตนให้กว้างขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนได้แบ่งปันความรู้ความเข้าใจของตนเองแก่ผู้อื่น และได้รับประโยชน์จากความรู้ ความเข้าใจของผู้อื่นไปพร้อม ๆ กัน

ขั้นที่ 5 การสรุปและจัดระเบียบความรู้   ขั้นนี้เป็นขั้นของการสรุปความรู้ที่ได้รับทั้งหมด ทั้งความรู้เดิมและความรู้ใหม่ และจัดสิ่งที่เรียนให้เป็นระบบระเบียบ เพื่อให้ผู้เรียนจดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ง่าย ผู้สอนควรให้ผู้เรียนสรุปประเด็นสำคัญประกอบด้วยมโนทัศน์หลัก และมโนทัศน์ย่อยของความรู้ทั้งหมด แล้วนำมาเรียบเรียงให้ได้สาระสำคัญครบถ้วน ผู้สอนอาจให้ผู้เรียนจดเป็นโครงสร้างความรู้ จะช่วยให้จดจำข้อมูลได้ง่าย

ขั้นที่ 6 การปฏิบัติและ / หรือการแสดงผลงาน  ขั้นนี้จะช่วยให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแสดงผลงานการสร้างความรู้ของตนให้ผู้อื่นรับรู้ เป็นการช่วยให้ผู้เรียนได้ตอกย้ำหรือตรวจสอบความเข้าใจของตน และช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้ความคิดสร้างสรรค์ แต่หากต้องมีการปฏิบัติตามข้อมูลที่ได้ ขั้นนี้จะเป็นขั้นปฏิบัติ และมีการแสดงผลงานที่ได้ปฏิบัติด้วย ในขั้นนี้ผู้เรียนสามารถแสดงผลงานด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การจัดนิทรรศการ การอภิปราย  การแสดงบทบาทสมมติ เรียงความ วาดภาพ ฯลฯ และอาจจัดให้มีการประเมินผลงานโดยมีเกณฑ์ที่เหมาะสม

ขั้นที่ 7 การประยุกต์ใช้ความรู้ ขั้นนี้เป็นขั้นของการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการนำความรู้ความเข้าใจของตนไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่หลากหลาย เพิ่มความชำนาญ ความเข้าใจ ความสามารถในการแก้ปัญหาและความจำในเรื่องนั้น ๆ เป็นการให้โอกาสผู้เรียนใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์ เป็นการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์  หลังจากประยุกต์ใช้ความรู้ อาจมีการนำเสนอผลงานจากการประยุกต์อีกครั้งก็ได้  หรืออาจไม่มีการนำเสนอผลงานในขั้นที่ 6 แต่นำความมารวม แสดงในตอนท้ายหลังขั้นการประยุกต์ใช้ก็ได้ เช่นกัน 

ขั้นที่ 1-6 เป็นกระบวนการของการสร้างความรู้ (Construction of Knowledge)

ขั้นที่ 7 เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ผู้เรียนนำความรู้ไปใช้ (Application) จึงทำให้รูปแบบนี้มีคุณสมบัติครบตามหลัก CIPPA

สำหรับวันนี้ ครูอาชีพดอทคอม ขอแนะนำ 20 คอร์สเรียนออนไลน์ “เทคนิคการออกแบบกิจกรรมรายวิชา” กับStarfish Labz เรีนฟรี มีเกียรติบัตร ติมทริค เทคนิคดีๆ ให้กับคุณครูในด้าน เทคนิคการออกแบบกิจกรรมรายวิชา กับ StarFishlabz.com ทำอย่างไรให้ห้องเรียนดูน่าสนใจ มาดูกันเลย!!

แนะนำ 20 คอร์สเรียนออนไลน์ "เทคนิคการออกแบบกิจกรรมรายวิชา" กับ Starfish Labz เรียนฟรี มีเกียรติบัตร 6
แนะนำ 20 คอร์สเรียนออนไลน์ "เทคนิคการออกแบบกิจกรรมรายวิชา" กับ Starfish Labz เรียนฟรี มีเกียรติบัตร 7
แนะนำ 20 คอร์สเรียนออนไลน์ "เทคนิคการออกแบบกิจกรรมรายวิชา" กับ Starfish Labz เรียนฟรี มีเกียรติบัตร 8
แนะนำ 20 คอร์สเรียนออนไลน์ "เทคนิคการออกแบบกิจกรรมรายวิชา" กับ Starfish Labz เรียนฟรี มีเกียรติบัตร 9
แนะนำ 20 คอร์สเรียนออนไลน์ "เทคนิคการออกแบบกิจกรรมรายวิชา" กับ Starfish Labz เรียนฟรี มีเกียรติบัตร 10

เข้าเรียนทั้ง 20 คอร์สคลิกที่นี่

แนะนำคอร์สเรียนออนไลน์ ฟรี!! เรียนจบรับใบประกาศทันที ได้ชั่วโมง PLC กับ Starfish Labz ที่ https://www.starfishlabz.com คอร์สอื่น ๆ คลิกที่นี่

ขอบคุณที่มา : https://www.starfishlabz.com/

บทความก่อนหน้านี้“ณัฏฐพล” ย้ำ สพฐ. ต้องปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษให้เข้มข้นตั้งแต่ระดับปฐมวัย
บทความถัดไปดาวน์โหลด!! คู่มือครูเอกสารประกอบการสอนวิชาชีพ และ VTR การสอนวิชาชีพ นักเรียนช่วงชั้นที่ 2 (ป.4-6)
บทความโดย : ครูอาชีพดอทคอม ติดตามได้ที่ : https://www.facebook.com/kruachieve เว็บไซต์ : https://www.kruachieve.com

1 ความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่